Mr.Hi สะดวกซัก ยุคใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีชีวิตแบบ New normal
“lifestyle laundry with new normal”
“บริการหลังการขายคือหัวใจหลักของเรา ด้วยศูนย์บริการHaier 186 สาขาทั่วประเทศไทย”
“อยู่เคียงข้างคุณ ไม่ทอดทิ้ง พร้อมทีมบริการออนไลน์ Hi-care ตลอด 24 ชั่วโมง”
“การนำเทคโนโลยีใหม่และนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในชีวิตปัจจุบัน เพื่อผลักดันและตอบรับประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิตอล 4.0”
ซึ่งบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ผลิตและผู้นำด้านยอดขายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยอันดับ 1 ของโลก และเป็นพันธมิตรที่ดีมาอย่างยาวนาน จากความร่วมมือกันของบริษัทไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ดีที นิว เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ได้ร่วมกันตั้งแบรนด์ แฟรนไชส์สะดวกซัก 24 ชั่วโมง Mr.Hi ขึ้นมาและควบคุมการใช้งานด้วยระบบออนไลน์แอปพลิเคชัน Mr.Hi
โดยจัดจำหน่ายในรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก Mr.Hi เพื่อให้บริการซักและอบผ้า ควบคุมการใช้งานและบริหารร้านด้วยแอปพลิเคชัน รับชำระเงินด้วยระบบ E-payment สะดวกสบายทั้งผู้ประกอบการแฟรนไชส์และผู้ใช้บริการ เพื่อรองรับการขยายตัวของแหล่งชุมชน ที่พักอาศัยและพาณิชย์ต่างๆ
ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและระบบบริการรวมถึงระบบบริหารการจัดการแฟรนไชส์เพื่อสร้างวิถีชีวิตในการซักผ้าและการอบผ้าในรูปแบบใหม่ ตามวิถี New normal โดยยึดหลักความพึงพอใจของคู่ค้าและลูกค้าผู้ใช้บริการ “Smart life for better”
โดยเราเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องซักเชิงพาณิชย์และเครื่องอบเชิงพาณิชย์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ผลิตและผู้นำด้านยอดขายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยอันดับ 1 ของโลก และเป็นพันธมิตรที่ดีมาอย่างยาวนาน
จากความร่วมมือกันของบริษัทไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ดีที นิว เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ได้ร่วมกันตั้งแบรนด์ แฟรนไชส์สะดวกซัก 24 ชั่วโมง Mr.Hi ขึ้นมาและควบคุมการใช้งานด้วยระบบออนไลน์แอปพลิเคชัน Mr.Hi
การขับเคลื่อนแบรนด์ Mr.Hi และการขับเคลื่อนการขายจะเป็นบริษัท ดีที นิว เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ที่เป็นผู้ขับเคลื่อน
สินค้าและการบริการหลังการขายของ Haier ที่มีมาตรฐานของ Haier อย่างเคร่งครัด
โดยการจัดอันดับของสถานบันยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยข้อมูลทางการตลาดที่น่าเชื่อถือที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไฮเออร์มีรายได้ 36.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีผลกำไร 4.54 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ.2560 และปัจจุบันไฮเออร์ มีศูนย์วิจัยและพัฒนา 10 แห่ง นิคมอุตสาหกรรม 24 แห่ง โรงงาน 108 แห่ง และบริษัทขาย 66 แห่งกระจายอยู่ทั่วโลก และรางวัลการันตีต่าง ๆ อีกมากมายจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก
อาทิ Boston Consulting Group ได้จัดอันดับให้ไฮเออร์เป็น 1 ใน 10 บริษัทที่มีนวัตกรรมล้ำหน้ามากที่สุดในโลก ในปี 2558 คุณจาง รุ่ยหมิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทไฮเออร์ ได้รับยกย่องจาก Fortune นิตยสารด้านธุรกิจยักษ์ใหญ่ให้เป็นหนึ่งในสุดยอดซีอีโอของโลก ประจำปี 2560 และไฮเออร์ยังเป็น 1 ใน 50 แบรนด์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ปี 2561 จัดอันดับโดย World Brand Lab อีกด้วย
บริษัท ไฮเออร์ อิเล็กทรอนิกส์ กรุ๊ป จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัทไฮเออร์ เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HK: 1169) ส่วนบริษัท Qingdao Haier ในเครือกลุ่มบริษัทไฮเออร์ เป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SHA: 600690) กลุ่มบริษัทไฮเออร์ เข้ามาศึกษาตลาดในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2545 ต่อมาปี พ.ศ. 2550 ได้ซื้อกิจการโรงงานของบริษัท ซันโย ยูนิเวอร์แซล ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ไฮเออร์ อีเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พร้อมตั้งบริษัทขายของตัวเอง คือ บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งผลให้ไฮเออร์ ในประเทศไทย มีฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฐานการผลิต และบริษัทขายเป็นของตัวเอง ตามกลยุทธ์ 3in1 Localization ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ไฮเออร์ ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยได้แก่ ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศโทรทัศน์ เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว